การจัดบริการคุมกำเนิดของโรงพยาบาลในประเทศไทย พ.ศ. 2558

จำนวนหน้า: 118

วันที่ตีพิมพ์': 2015

Author: UNFPA Thailand

สำนักพิมพ์: UNFPA

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดบริการคุมกาเนิดในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนสาหรับประชากรทุกสิทธิและผลการจัดบริการคุมกาเนิดของโรงพยาบาลก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการปูองกันการตั้งครรภ์ซ้าในแม่วัยรุ่น

สรุปผลการศึกษาพบว่า

1) ด้านนโยบายมีความเห็นว่านโยบายเรื่องการให้บริการคุมกาเนิดสาหรับผู้รับบริการทุกสิทธิตามนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและโครงการปูองกันการตั้งครรภ์ซ้าในแม่วัยรุ่น เป็นนโยบายที่ดี เพราะช่วยลดปัญหากลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม สามารถแก้ปัญหาด้านการเข้าถึงบริการของประชากรกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง

2) ด้านการให้บริการพบว่ามีบริการที่ครอบคลุมสิทธิทุกประเภท ถึงแม้จะไม่มีวิธีคุมกาเนิดที่หลากหลายไว้ให้บริการก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นกับการจัดหาเวชภัณฑ์คุมกาเนิดของโรงพยาบาล และความต้องการของผู้มารับบริการ 

3) ด้านการจัดหาเวชภัณฑ์โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะดาเนินการจัดซื้อเอง โดยเป็นการซื้อกับบริษัทยาโดยตรง ผู้ตัดสินใจจัดซื้อคือคณะกรรมการของโรงพยาบาล ส่วนการเบิกค่าบริการคุมกาเนิดแบบกึ่งถาวรตามโครงการปูองกันการตั้งครรภ์ซ้าในแม่วัยรุ่นโรงพยาบาลส่วนใหญ่ร้อยละ 74.8 มีปัญหาในการเบิกจ่ายผ่านระบบ e-claim

4) ปัญหาอุปสรรคที่พบ ได้แก่ ด้านการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไปบางส่วนไม่ทราบสิทธิที่ตนพึงได้ สาหรับกลุ่มวัยรุ่นการรับรู้ข่าวสารที่ยังไม่ทั่วถึง ด้านการจัดหาเวชภัณฑ์ที่บางแห่งผู้บริหารไม่ให้ความสาคัญ

ข้อเสนอแนะจากการวิจัย

1) การให้บริการคุมกาเนิดแบบกึ่งถาวรแก่กลุ่มเปูาหมายที่อายุมากกว่า 20 ปี ให้ได้รับบริการตามความต้องการ ควรให้มีการเบิกจ่ายผ่านระบบ e-claim เช่นเดียวกับโครงการปูองกันการตั้งครรภ์ซ้าในแม่วัยรุ่น

2) ควรมีการติดตามประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการกลุ่มวัยรุ่นเพื่อประกอบการตัดสินใจปรับปรุงบริการ รวมทั้งขยายโครงการในระยะต่อไป

3) ควรผลิตสื่อชุดความรู้ ที่มีรูปแบบหลากหลาย หลายภาษา และทันสมัย

4) พิจารณาช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายทางสังคมที่สามารถเข้าถึงง่ายและเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการบริการได้มากขึ้น