กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 7 มีนาคม 2568 - บริษัท ออร์กานอน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund - UNFPA) ประจำประเทศไทย มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และกระทรวงสาธารณสุข จัดการประชุมโต๊ะกลมภายใต้หัวข้อ "นวัตกรรมเพื่อสุขภาพสตรี" เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ณ ห้องสมุด เนียลสัน เฮส์ (Neilson Hays) กรุงเทพฯ เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสุขภาพสตรีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
การประชุมนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล (International Women’s Day - IWD) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และเป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมทั้งส่งเสริมโครงการครอบครัวคุณภาพของเอเปค (APEC Smart Families)
บทสนทนาจากการประชุมมุ่งตอบโจทย์ประเด็นความต้องการด้านสุขภาพสตรีที่เร่งด่วน ที่พบเห็นทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในวงกว้าง อาทิ อัตราการผ่าคลอดที่น่ากังวลของประเทศไทย (34.8% ของการคลอดทั้งหมด) อัตราการเสียชีวิตของมารดาที่สูงในประเทศกัมพูชา (218 รายต่อการเกิดมีชีพ 100,000 ราย) และอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่น่าตกใจในประเทศลาว (82 รายต่อเด็กหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน) เป็นต้น โดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่างการลงทุนในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม
ข้อมูลเชิงประจักษ์จากสถาบันชั้นนำระดับโลก อาทิ World Economic Forum, McKinsey Health Institute[1] และ World Bank[2] ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product - GDP) ของโลกได้ถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานของผู้หญิงได้ถึงร้อยละ 20 หากผู้หญิงสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมากขึ้น บริษัท อินซูลาร์ ไลฟ์ (Insular Life Assurance Company, Ltd. - inLife) ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ขยายสวัสดิการสุขภาพให้ครอบคลุมการตั้งครรภ์และคลอดบุตรอย่างครบวงจร ส่งผลให้มีพนักงานหญิงสูงถึง 64% และอัตราการลาออกลดลง เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมจากการลงทุนในสุขภาพสตรีได้อย่างชัดเจน
นายคุง คาเรล เคราท์บ๊อช (Koen C. Kruijtbosch) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์กานอน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดการเสวนา โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบในวงกว้างของสุขภาพสตรีต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นว่าความท้าทายด้านสุขภาพสตรีที่เร่งด่วนของประเทศไทย อาทิ อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่สูงขึ้น และอัตราการผ่าคลอดที่สูง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต่อสุขภาพสตรี ตลาดแรงงาน ระบบสาธารณสุข และการพัฒนาประเทศในระยะยาว “ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และอนาคตของประเทศ หากเราต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราต้องนำนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ มาปรับใช้ ทั้งด้านการแพทย์ เทคโนโลยี นโยบาย การให้บริการ และการศึกษา เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะเด็กและสตรี สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นในการตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างรอบคอบ”
ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า “สุขภาพสตรีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางสังคม และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน การรับรองการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องสุขภาพส่วนบุคคล แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ส่งเสริมตลาดแรงงานแบบยืดหยุ่นและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ดร. ณหทัย ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการครอบครัวคุณภาพของเอเปค ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมในการจัดการกับความท้าทายด้านประชากรศาสตร์ พร้อมทั้งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว "การลงทุนในสุขภาพสตรีคือการลงทุนในอนาคตของครอบครัว ชุมชน และประเทศของเราอย่างแท้จริง" ดร. ณหทัย กล่าว
การประชุมโต๊ะกลม ซึ่งดำเนินการอภิปรายโดย คุณสิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) มุ่งเน้นไปที่แนวทางแก้ไขและการดำเนินงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยในระหว่างการเสวนาโต๊ะกลม ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงการขยายเวลาให้บริการของศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร รวมถึงคลินิกวางแผนครอบครัว โดยในวันจันทร์-ศุกร์ ขยายเวลาให้บริการจนถึง 20.00 น. และเพิ่มเวลาให้บริการในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ได้มากขึ้น ลดอุปสรรคในการเข้ารับบริการ ทั้งนี้ การขยายเวลาให้บริการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติในการลดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ผ่านการเพิ่มความตระหนักรู้และขยายการเข้าถึงทางเลือกในการวางแผนครอบครัว
จากการเสวนา สามารถระบุข้อสรุปสำคัญได้ 4 ประการ หนึ่ง ผู้ร่วมประชุมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความครอบคลุมของการวางแผนครอบครัว การเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษา และบริการด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ สอง การอภิปรายชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ดิจิทัลโซลูชัน (digital solutions) เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์ แอปพลิเคชันมือถือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแพทย์ทางไกล (telemedicine) เพื่อการรายงาน การร้องทุกข์ การให้คำปรึกษา รวมถึงการขยายการเข้าถึงของบริการ สาม นโยบายที่เป็นมิตรต่อครอบครัวในสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น สิทธิวันลาสำหรับมารดาและบิดา สิทธิวันลาสำหรับการดูแลสมาชิกครอบครัว และการสนับสนุนด้านการดูแลบุตร เป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายด้านประชากรของไทย ประการสุดท้าย ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงให้เห็นถึงความต้องการและความเต็มใจในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วน เพื่อปิดช่องโหว่ ลดความกระจัดกระจายของการดำเนินงาน และผลักดันความร่วมมือที่เป็นเอกภาพในการเสริมสร้างระบบสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้หญิงในะระยะยาว
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กรรมการและกรรมการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กล่าวปิดงาน โดยสนับสนุนให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องภายหลังการประชุม “วันนี้ เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบใหม่ และได้พบเพื่อนใหม่ ซึ่งทำให้เรารู้ว่ายังมีพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกมากมาย งานวันนี้มิใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นต่อไป”
ข้อมูลที่ได้จากการประชุมโต๊ะกลมนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่จะจัดทำขึ้นภายใต้โครงการ "Her Promise Grant" ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก บริษัท ออร์กานอน และดำเนินการโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย อันจะเป็นแนวทางสำคัญในการขยายความร่วมมือและเสริมสร้างการลงทุนในนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป
ดูภาพเพิ่มเติมที่: https://www.flickr.com/photos/163956826@N06/albums/72177720324323466
----------
เกี่ยวกับออร์กานอน
ออร์กานอน (Organon) เป็นบริษัทยาระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิง โดยมีพื้นฐานธุรกิจของผลิตภัณฑ์ยาที่ได้รับความไว้วางใจมากกว่า 60 รายการ และรวมถึงอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ ที่ครอบคลุมปัญหาสุขภาพหลากหลายด้าน ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักจะเป็นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพสตรี ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจยาด้านชีววัตถุ และแฟรนไชส์ยา รวมถึงออร์กานอนยังมีการการร่วมมือกับนักนวัตกรรมชีวเภสัชภัณฑ์เพื่อการเติบโตในตลาดอย่างรวดเร็ว
ออร์กานอนมีการดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งมีพนักงานประมาณ 9,300 คน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเจอร์ซีย์ซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ http://www.organon.com หรือติดต่อเราผ่าน LinkedIn หรือ Instagram
เกี่ยวกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของผู้คน โดยตลอดระยะเวลากว่า 29 ปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อปรับเปลี่ยนการศึกษา พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสสำหรับทุกคน
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kenan-asia.org/th/